บทความ

ทักษะการฟังแบบตั้งใจสำหรับผู้บริหาร เพื่อจัดการบทสนทนาแบบยาก

ในโลกของการทำงานระดับผู้บริหาร ลองนึกถึงช่วงเวลาที่คุณต้องนั่งอยู่ในห้องประชุม รับฟังข่าวร้ายหรือความคิดเห็นที่ขัดแย้งจากคนในทีม — นี่คือจุดเริ่มต้นของบทสนทนาแบบยากที่ทดสอบความเป็นผู้นำมากที่สุด “บทสนทนา” ไม่ได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูล แต่คือเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจ สร้างความเชื่อใจ และนำพาองค์กรไปข้างหน้า โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การให้ Feedback เชิงลบ การจัดการความขัดแย้ง หรือการสื่อสารในช่วงวิกฤต บทสนทนาเหล่านี้มักถูกเรียกว่า บทสนทนาแบบยาก (Difficult Conversations)

หัวใจของการจัดการบทสนทนาแบบยากไม่ใช่การพูดให้เก่งที่สุด แต่คือ การฟังแบบตั้งใจ (Active Listening) ซึ่งเป็นทักษะที่ผู้บริหารจำนวนมากมองข้าม ทั้งที่เป็นรากฐานของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและความเป็นผู้นำที่แท้จริง

การฟังแบบตั้งใจ (Active Listening) คืออะไร และต่างจาก “การได้ยิน” อย่างไร

ผู้บริหารส่วนใหญ่มัก “ได้ยิน” สิ่งที่ลูกทีมพูด แต่ไม่ได้ “ฟัง” อย่างแท้จริง การฟังแบบตั้งใจ (Active Listening) คือการฟังเพื่อเข้าใจทั้งเนื้อหา ความรู้สึก และเจตนาของผู้พูด ก่อนคิดตอบหรือสรุปจากมุมมองของตนเอง ความเข้าใจ และความตั้งใจ ไม่ใช่แค่รอจังหวะพูดตอบ

ความแตกต่างที่สำคัญ

  • การได้ยิน: รับเสียง → ตีความตามมุมมองของตนเอง → ตอบกลับทันที

  • การฟังแบบตั้งใจ: รับฟังอย่างเป็นกลาง → เข้าใจอารมณ์และเจตนา → ตอบอย่างมีสติ

สำหรับผู้บริหาร การฟังแบบตั้งใจช่วยให้มองเห็น “ปัญหาที่ซ่อนอยู่” และ “ความรู้สึกที่ไม่ได้ถูกพูดออกมา” ซึ่งมักเป็นต้นตอของความขัดแย้งในองค์กร


ทำไมผู้บริหารต้องเชี่ยวชาญการจัดการบทสนทนาแบบยาก: จากระดับบุคคล → ทีม → องค์กร

บทสนทนาแบบยากมักเกิดขึ้นในสถานการณ์สำคัญ เช่น

  • การประเมินผลงานและให้ Feedback

  • การจัดการพนักงานที่มีปัญหาพฤติกรรม

  • ความขัดแย้งระหว่างทีม

  • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือกลยุทธ์องค์กร

หากผู้บริหารขาดทักษะการฟังแบบตั้งใจ ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจเป็น:

  • ลูกทีมรู้สึกไม่ถูกเข้าใจ

  • ความเชื่อใจลดลง

  • การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

  • บรรยากาศการทำงานตึงเครียด

ในทางตรงกันข้าม ผู้บริหารที่ฟังเป็น จะสามารถเปลี่ยนบทสนทนาแบบยากให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาองค์กรได้


How-to: 5 ขั้นตอนการฟังแบบตั้งใจ สำหรับผู้บริหารในบทสนทนาแบบยาก (Framework ที่นำไปใช้ได้ทันทีในสถานการณ์จริง)

1. หยุด “ความคิดของตัวเอง” ก่อนเริ่มฟัง

ผู้บริหารมักเผลอคิดหาคำตอบหรือทางแก้ตั้งแต่คู่สนทนายังพูดไม่จบ การฟังแบบตั้งใจเริ่มจากการวางอคติ วางตำแหน่ง และวางความเป็นหัวหน้าไว้ชั่วคราว

เคล็ดลับ: ถามตัวเองในใจว่า “ตอนนี้ฉันกำลังฟังเพื่อเข้าใจ หรือฟังเพื่อโต้แย้ง”

2. ฟังทั้งคำพูด น้ำเสียง และอารมณ์

บทสนทนาแบบยากไม่ได้สื่อสารผ่านคำพูดเพียงอย่างเดียว ผู้บริหารควรสังเกตน้ำเสียง ภาษากาย และสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา เพื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างรอบด้าน

3. สะท้อนสิ่งที่ได้ยิน (Reflective Listening)

การสะท้อนกลับคือการแสดงให้เห็นว่า “คุณเข้าใจเขา” เช่น

  • “จากที่คุณเล่า เหมือนคุณรู้สึกว่าความพยายามยังไม่ได้รับการยอมรับ ใช่ไหม”

  • “ผมได้ยินว่าคุณกังวลเรื่องเส้นตายมากกว่าตัวงาน ถูกต้องไหม”

ขั้นตอนนี้ช่วยลดอารมณ์ป้องกันตัว และสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสาร

4. ตั้งคำถามเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อจับผิด

ใช้คำถามปลายเปิด เช่น

  • “อะไรคือสิ่งที่คุณกังวลมากที่สุดในสถานการณ์นี้”

  • “คุณคิดว่าอะไรจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น”

หลีกเลี่ยงคำถามเชิงกล่าวโทษ เพราะจะทำให้บทสนทนายิ่งตึงเครียด

5. ตอบสนองด้วยสติ ไม่ใช่อารมณ์

เมื่อเข้าใจอีกฝ่ายอย่างแท้จริงแล้ว การตอบกลับควรชัดเจน สุภาพ และเคารพซึ่งกันและกัน ผู้บริหารที่ฟังเป็น จะสามารถพูดในสิ่งที่ยาก โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์

การให้ Feedback เชิงลบอย่างสร้างสรรค์

ผู้บริหารที่ใช้การฟังแบบตั้งใจ จะเริ่มจากการเปิดพื้นที่ให้คู่สนทนาได้ถ่ายทอดมุมมอง ความรู้สึก และความกดดันอย่างเต็มที่ โดยไม่รีบตัดสินหรือเสนอทางออกทันที จากนั้นจึงสะท้อนความเข้าใจอย่างจริงใจ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตนเองได้รับการรับฟังอย่างแท้จริง ก่อนค่อย ๆ เชื่อมโยงข้อมูล ข้อเท็จจริง และความคาดหวังขององค์กรเข้าไปในบทสนทนาอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคืออีกฝ่ายเปิดใจ ยอมรับ Feedback ได้ง่ายขึ้น ลดแรงต้านทางอารมณ์ และพร้อมปรับตัวเพื่อพัฒนาผลงานและความร่วมมือในระยะยาว


ผลลัพธ์ที่องค์กรได้รับ เมื่อผู้บริหารฟังแบบตั้งใจ

  • ความเชื่อใจในทีมเพิ่มขึ้น

  • ลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น

  • การสื่อสารชัดเจนและรวดเร็วขึ้น

  • พนักงานกล้าแสดงความคิดเห็น

  • การตัดสินใจมีคุณภาพมากขึ้น

สิ่งเหล่านี้นำไปสู่วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและยั่งยืน


สรุป

บทสนทนาแบบยาก ไม่ได้ต้องการผู้นำที่พูดเก่งที่สุด แต่ต้องการผู้นำที่ฟังเป็นอย่างแท้จริง เพราะการฟังคือจุดเริ่มต้นของความเข้าใจ เมื่อผู้บริหารฟังเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อเอาชนะหรือยืนยันมุมมองของตนเอง บทสนทนาแบบยากจะไม่ใช่สนามของการปะทะทางความคิดอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อใจ การพัฒนาคน และการตัดสินใจที่มีคุณภาพภายใต้ข้อมูลและมุมมองที่รอบด้านมากขึ้น

ในระยะยาว ผู้นำที่ฟังอย่างตั้งใจจะไม่ได้เปลี่ยนแค่บทสนทนาเฉพาะหน้า แต่กำลังค่อย ๆ หล่อหลอมวิธีคิด วิธีทำงาน และความสัมพันธ์ภายในองค์กร วัฒนธรรมการสื่อสารที่เปิดกว้าง แข็งแรง และเคารพซึ่งกันและกัน จะทำให้องค์กรพร้อมรับมือกับความท้าทาย เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาคนเก่งไว้ได้ในระยะยาว

Call to Action: ลองเริ่มจากบทสนทนาครั้งถัดไป ฟังให้จบ ฟังให้เข้าใจ แล้วสังเกตว่าความสัมพันธ์ในทีมและพลังขององค์กรเปลี่ยนไปอย่างไร

Table of Contents

คุณยศธร วงษ์เสรี - ทอท

CEO & Co-Founder บริษัท น่าสนใจ จำกัด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *