Blog

Empathy & Perspective-Taking เข้าใจตัวตนของคู่สนทนา

ในโลกของการทำธุรกิจ การสื่อสารภายในองค์กรไม่ใช่แค่การ “พูดให้ครบ” หรือ “สั่งให้ชัด” แต่คือการสื่อสารให้ เข้าใจตรงกัน และนำไปสู่การลงมือทำอย่างมีพลัง หัวใจสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพคือ Empathy & Perspective-Taking หรือความสามารถของผู้นำในการเข้าใจมุมมอง ความรู้สึก และแรงจูงใจของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง

ผู้บริหารจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับปัญหาความเข้าใจคลาดเคลื่อน การสื่อสารที่ไม่ตรงกันระหว่างระดับงาน หรือแรงต้านเมื่อองค์กรต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากกลยุทธ์หรือแผนงานที่ผิดพลาด แต่เกิดจากการสื่อสารที่ยังไม่เข้าถึงมุมมองของคนในองค์กรอย่างแท้จริง

แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการถ่ายทอดข้อมูล ผู้นำที่สื่อสารได้ดีต้องรู้จัก “ลืมมุมของตัวเองชั่วคราว” และก้าวเข้าไปยืนในรองเท้าของคู่สนทนา (Step into their shoes) เพื่อสร้างความเชื่อมโยง ความไว้วางใจ และความร่วมมือภายในองค์กร

Empathy & Perspective-Taking: รากฐานสำคัญของผู้นำยุคใหม่

Empathy & Perspective-Taking เป็นรากฐานของการสื่อสารภายในองค์กรที่มีคุณภาพ เพราะเป็นจุดที่ผู้นำต้องปรับบทบาทจากการสื่อสารเพื่อควบคุมหรือสั่งการ ไปสู่การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และความไว้วางใจในระยะยาว โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ความกดดัน และความหลากหลายของคนทำงาน ทักษะนี้ยิ่งมีบทบาทต่อความสำเร็จของทั้งผู้นำและทีมงาน

Empathy คือความสามารถในการเข้าใจความรู้สึก ความคิด และสภาพจิตใจของผู้อื่น ขณะที่ Perspective-Taking คือการมองสถานการณ์จากมุมมองของอีกฝ่ายอย่างมีเหตุผล ทั้งสองแนวคิดแตกต่างจากความเห็นใจ (Sympathy) ตรงที่ไม่ใช่แค่ “รู้สึกสงสาร” แต่คือ “เข้าใจอย่างลึกซึ้ง” และนำความเข้าใจนั้นมาใช้ในการสื่อสารและตัดสินใจ

สำหรับผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจ ทักษะนี้ช่วยให้:

  • ลดความขัดแย้งและความเข้าใจผิดในการสื่อสารภายในองค์กร

  • สร้างความไว้วางใจระหว่างผู้นำและทีมงาน

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน

  • ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ได้รับการรับฟัง และพร้อมทุ่มเทให้กับองค์กร


เปรียบเทียบให้เห็นชัด: การสื่อสารแบบเดิม vs การสื่อสารด้วย Empathy

การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แนวทางการสื่อสารที่แตกต่างกันส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของทีม คุณภาพการตัดสินใจของผู้บริหาร และความพร้อมของบุคลากรในการขับเคลื่อนเป้าหมายทางธุรกิจ

การสื่อสารแบบเดิม

  • เน้นคำสั่ง ผลลัพธ์ และอำนาจตามตำแหน่ง

  • มองสถานการณ์จากมุมของผู้บริหารเป็นหลัก

  • พนักงานทำตามหน้าที่ แต่ไม่เข้าใจเหตุผลหรือเป้าหมายเชิงลึก

การสื่อสารด้วย Empathy & Perspective-Taking

  • เน้นการฟัง การตั้งคำถาม และการทำความเข้าใจ

  • คำนึงถึงบริบท ความรู้สึก และแรงจูงใจของทีมงาน

  • พนักงานเข้าใจเป้าหมาย เห็นคุณค่าของงาน และพร้อมร่วมมืออย่างเต็มใจ

How-to: 5 ขั้นตอนใช้ Empathy เพื่อยกระดับการสื่อสารภายในองค์กร

ผู้บริหารสามารถเริ่มต้นใช้ขั้นตอนเหล่านี้ได้ทันทีในสถานการณ์ที่มีความเห็นต่างหรือมีความอ่อนไหว เช่น การประชุมทีม การประกาศหรือปรับเปลี่ยนนโยบาย การบริหารความขัดแย้ง หรือการให้ Feedback เพื่อช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ลดแรงต้าน และเพิ่มความร่วมมือจากทีมงาน

  1. ฟังก่อนพูด – ตั้งใจฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่รีบโต้แย้ง หรือสรุปแทนอีกฝ่าย

  2. ตั้งคำถามเชิงเปิด – เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายแสดงมุมมอง เช่น “อะไรคือความกังวลหลักของคุณในเรื่องนี้”

  3. สะท้อนความเข้าใจ – ทวนสิ่งที่ได้ยินเพื่อยืนยันว่าเข้าใจตรงกัน และลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร

  4. แยกคนออกจากปัญหา – โฟกัสที่ประเด็นหรือสถานการณ์ ไม่ใช่อารมณ์หรือบุคคล

  5. สื่อสารด้วยเจตนาดี – เลือกใช้ถ้อยคำที่สร้างพลังบวก กระตุ้นความร่วมมือ และเคารพซึ่งกันและกัน


ตัวอย่างการใช้งานจริง: Empathy ในสถานการณ์ที่ท้าทาย

สถานการณ์: พนักงานไม่เห็นด้วยกับนโยบายใหม่ขององค์กร

  • แนวทางเดิม: “นี่คือสิ่งที่บริษัทตัดสินใจแล้ว ต้องทำตาม”

  • แนวทางที่ใช้ Empathy: “ผมอยากเข้าใจว่าทีมมองนโยบายนี้อย่างไร และมีประเด็นไหนที่กังวลเป็นพิเศษ เพื่อที่เราจะหาทางเดินไปด้วยกันได้ดีที่สุด”

ผลลัพธ์คือ พนักงานกล้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ผู้บริหารได้รับข้อมูลเชิงลึก และสามารถนำไปปรับการสื่อสารหรือแนวทางการดำเนินงานให้เหมาะสมมากขึ้น


ผลลัพธ์เชิงบวกที่องค์กรจะได้รับ

  • การสื่อสารภายในราบรื่น ลดความเข้าใจผิดและความตึงเครียด

  • ทีมงานมี Engagement และความผูกพันกับองค์กรมากขึ้น

  • วัฒนธรรมองค์กรเข้มแข็ง เปิดกว้าง และยั่งยืน

  • ผู้นำได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำที่เข้าใจคนและเข้าใจธุรกิจ


สรุป: ผู้นำที่ดี เริ่มจากการเข้าใจและลงมือทำ

Empathy & Perspective-Taking เป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์หรือบุคลิกส่วนตัว และสามารถเริ่มต้นฝึกฝนได้ทันทีจากการสื่อสารในชีวิตประจำวันของผู้นำ ทักษะนี้ไม่ใช่เพียง Soft Skill แต่คือ ทักษะสำคัญของผู้นำยุคใหม่ ที่ส่งผลต่อทั้งคน ทีม และผลลัพธ์ทางธุรกิจในระยะยาว

ลองเริ่มจากการฟังทีมของคุณอย่างตั้งใจมากขึ้นในวันนี้ แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของการสื่อสารภายในองค์กรอย่างชัดเจน

Table of Contents

คุณยศธร วงษ์เสรี - ทอท

CEO & Co-Founder the company of interest limited

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *