Blog

ทำไมผู้บริหาร 2026 ต้องรู้จักและให้ความสำคัญเรื่อง “Innovation Cycle”

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรง ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว (Innovation Cycle) คือหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน องค์กรระดับโลกจำนวนมากเริ่มนำ AI (Artificial Intelligence) เข้ามาเป็นเครื่องมือหลักในกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความเร็ว ลดความเสี่ยง และสร้างนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

จากรายงานของ Boston Consulting Group (BCG) พบว่า ทีมที่ใช้ AI ในการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ สามารถออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นเฉลี่ยถึง 28% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีสนับสนุน แต่เป็นกลไกเร่ง Innovation อย่างแท้จริง

Innovation Cycle ช้าลง = ธุรกิจเสี่ยงมากขึ้น (จริงหรือ?)

Innovation Cycle คือกระบวนการตั้งแต่การค้นหาไอเดีย วิเคราะห์ตลาด พัฒนา ทดสอบ ไปจนถึงการเปิดตัวสินค้า ยิ่งวงจรนี้สั้นลงเท่าไร องค์กรก็ยิ่งได้เปรียบคู่แข่งมากขึ้น

ในอดีต Innovation Cycle มักใช้เวลานาน เนื่องจาก

  • ต้องใช้คนวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก

  • การทดสอบไอเดียมีต้นทุนสูง

  • การตัดสินใจอาศัยประสบการณ์เป็นหลัก

AI เข้ามาเปลี่ยนสมการนี้อย่างสิ้นเชิง


AI เข้ามาเร่งนวัตกรรมได้จริงแค่ไหน?

1. รู้ความต้องการลูกค้าก่อนคู่แข่ง ด้วย AI Insight

AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากหลายแหล่งพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมลูกค้า ข้อมูลการใช้งาน หรือกระแสบนโซเชียลมีเดีย ทำให้องค์กรสามารถ

  • มองเห็นความต้องการที่ยังไม่ถูกตอบโจทย์ (Unmet Needs)

  • คาดการณ์เทรนด์ล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้น

  • ลดการพัฒนาโปรดักต์ที่ตลาดไม่ต้องการ

ผลลัพธ์คือ R&D เริ่มต้นจาก “ข้อมูลจริง” ไม่ใช่แค่การคาดเดา


2. จากไอเดียสู่ Prototype: ทำไม AI ทำให้ทีมคิดเร็วขึ้น

AI โดยเฉพาะ Generative Design ช่วยสร้างแนวคิดการออกแบบได้หลายร้อยรูปแบบในเวลาอันสั้น พร้อมประเมินความเป็นไปได้ด้านต้นทุน ฟังก์ชัน และประสบการณ์ผู้ใช้ (UX)

ทีมออกแบบจึงสามารถ

  • ลดเวลาในการทำ Prototype

  • ทดสอบหลายแนวคิดพร้อมกัน

  • เลือกทางออกที่ดีที่สุดได้เร็วขึ้น

ผู้บริหารควรเริ่ม AI กับ Innovation อย่างไร (แบบไม่เสี่ยง)

ขั้นตอนที่ 1: ระบุ Pain Point ใน Innovation Cycle

เริ่มจากการวิเคราะห์ว่าขั้นตอนไหนใช้เวลานานที่สุด เช่น การวิจัยตลาด การทดสอบ หรือการตัดสินใจ

ขั้นตอนที่ 2: เชื่อม AI เข้ากับข้อมูลคุณภาพ

AI จะทำงานได้ดีเมื่อมีข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ ทั้งข้อมูลลูกค้า ข้อมูลตลาด และข้อมูลภายในองค์กร

ขั้นตอนที่ 3: ปรับ Mindset ทีมงาน

องค์กรที่ประสบความสำเร็จใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้แทนมนุษย์ เพื่อให้ทีมงานโฟกัสกับการคิดเชิงกลยุทธ์และการสร้างคุณค่าใหม่


องค์กรที่ใช้ AI จริง ได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจอะไรบ้าง?

  • ระยะเวลาออกสู่ตลาด (Time-to-Market) ลดลง 20–30%

  • จำนวนไอเดียและ Prototype เพิ่มขึ้นหลายเท่า

  • อัตราความสำเร็จของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสร้างนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน


สรุปสำหรับผู้บริหาร: AI ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือกลยุทธ์

AI ไม่ได้แค่ทำให้นวัตกรรมเร็วขึ้นในเชิงความเร็วของกระบวนการเท่านั้น แต่ยังช่วยให้องค์กรคิดได้แม่นยำขึ้นจากข้อมูลจริง ทดลองแนวคิดใหม่ ๆ ได้มากขึ้นในต้นทุนที่ต่ำลง และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้ดีกว่าเดิมอย่างมีระบบ เมื่อผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพรวมของตลาด ลูกค้า และความเสี่ยงได้ชัดเจนขึ้น องค์กรก็จะลดการลองผิดลองถูก และเพิ่มโอกาสความสำเร็จของนวัตกรรมในระยะยาว ดังนั้น หากองค์กรต้องการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน การนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Innovation จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

Executive Takeaway & Call to Action

หากองค์กรของคุณต้องการเร่ง Innovation Cycle และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ การเริ่มต้นวางกลยุทธ์ AI อย่างเป็นระบบตั้งแต่วันนี้ คือก้าวสำคัญสู่การเติบโตในอนาคต

Table of Contents

คุณยศธร วงษ์เสรี - ทอท

CEO & Co-Founder the company of interest limited

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *